“จากวิถีแห่งธรรม สู่เกียรติภูมิราชนาวี และปราชญ์ผู้รังสรรค์ปัญญา”
========================================================
เส้นทางแห่งธรรมและพื้นฐานการศึกษา (ต้นกล้าแห่งปัญญา)
ชีวิตเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย ณ ผืนแผ่นดินเมืองสี่แคว จังหวัดนครสวรรค์ ภายหลังสำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๔ ท่านได้ก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ตั้งแต่อายุ ๑๒ ปี สั่งสมบารมีธรรมและวิชาความรู้ยาวนานถึง ๑๓ ปี
ในระหว่างนั้นท่านไม่เพียงศึกษาทางธรรมจนสอบได้ เปรียญธรรม ๙ ประโยค อันเป็นวิทยฐานะสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย แต่ยังมุมานะสอบเทียบวุฒิทางโลกจนสำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุด (ม.ศ. ๕) และคว้าปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)
ก้าวสู่โลกกว้างและความเป็นเลิศทางวิชาการ (มหาปัญญาไร้พรมแดน)
หลังลาสิกขาเพื่อแสวงหาความรู้ในระดับสากล ท่านได้เดินทางไปศึกษายังต่างแดนจนสำเร็จปริญญาโท (M.A. in Political Science) จากมหาวิทยาลัยปัญจาบ ประเทศอินเดีย ต่อมาในขณะรับราชการทหารเรือ ท่านได้รับทุนอันทรงเกียรติจากกองทัพเรือให้ไปศึกษาต่อ ณ สถาบันระดับโลกอย่าง London School of Economics and Political Science (LSE) มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ จนสำเร็จปริญญา M.Phil ทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้วยวิทยานิพนธ์อันโดดเด่นเรื่องนโยบายต่างประเทศไทยต่ออินโดจีน
ในระหว่างอยู่ ณ ต่างประเทศ ท่านยังได้สร้างเกียรติประวัติด้วยการดำรงตำแหน่งอุปนายกสามัคคีสมาคม และเป็นบรรณาธิการวารสารสำคัญในพระบรมราชูปถัมภ์ ทั้งยังได้รับเกียรติให้เป็นอาจารย์พิเศษสอนภาษาไทย ณ SOAS มหาวิทยาลัยลอนดอน นับเป็นการเผยแผ่วัฒนธรรมไทยในดินแดนตะวันตกอย่างสง่างาม
เกียรติภูมิราชนาวีและบทบาทครูผู้สร้างคน (ประทีปแห่งวิชาการ)
เมื่อกลับสู่มาตุภูมิ ท่านได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในฐานะอาจารย์ประจำกองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายเรือ ผลิตศิษย์ในราชนาวีรุ่นแล้วรุ่นเล่า จนได้รับพระราชทานยศเป็น พลเรือตรี และตำแหน่งทางวิชาการเป็น รองศาสตราจารย์ ทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ท่านยังได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษในสถาบันชั้นนำอีกมากมาย ทั้งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี, วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม, และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.)
บทสรุปแห่งชีวิต (วิถีแห่งความเรียบง่าย)
ภายหลังเกษียณอายุราชการและการอุทิศตนให้แก่งานสอนในระดับบัณฑิตศึกษา ท่านได้เลือกกลับสู่ความสงบเรียบง่ายในฐานะ “ชาวสวน” ผู้มีธรรมะเป็นเครื่องนำทาง พำนักอยู่ ณ จังหวัดนนทบุรี ปราจีนบุรี และนครสวรรค์ ตามวิถีแห่ง “บุญนำพา” โดยยังคงมุ่งมั่นรังสรรค์ผลงานวิชาการและบทเรียนภาษาบาลี เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ศิษย์และพุทธศาสนิกชนสืบไป


No comments:
Post a Comment